หุ้นไทยวันนี้ (18 ส.ค.64) ปิดการซื้อขายเพิ่มขึ้น +7.65 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (18 ส.ค.64) ปิดการซื้อขายเพิ่มขึ้น +7.65 จุด ที่ระดับ 1,551.87 จุด (+0.50%) มูลค่าการซื้อขาย 81,901.65 ล้านบาท
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,991.09 ล้านบาท ปิดที่ 35.75 บาท ลดลง 0.25 บาท
BCH มูลค่าการซื้อขาย 2,294.09 ล้านบาท ปิดที่ 23.40 บาท ลดลง 1.40 บาท
GULF มูลค่าการซื้อขาย 2,243.94 ล้านบาท ปิดที่ 38.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
KCE มูลค่าการซื้อขาย 2,236.84 ล้านบาท ปิดที่ 85.75 บาท ลดลง 0.75 บาท
MTC มูลค่าการซื้อขาย 1,874.37 ล้านบาท ปิดที่ 61.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.50 บาท
นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และจำนวนผู้หายป่วยกลับบ้านอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันในลักษณะนิ่ง ๆ ทำให้นักลงทุนมีการปรับพอร์ตการลงทุนอีกครั้ง โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันเข้ามาจับตาหุ้นที่ยัง Laggard หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด ทำให้ดัชนีฯสามารถปรับตัวขึ้นมาแถว 1,550 จุดได้
นอกจากนี้ ตลาดฯยังได้แรงหนุนจากกลุ่ม Non-Bank ที่ปรับตัวขึ้นมาตอบรับประเด็นที่เริ่มเห็นสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยอาจผ่านจุดต่ำสุด (Bottom) ไปแล้ว หลังจาก MTC ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด
อย่างไรก็ดี upside ตลาดฯก็ชะลอลงระหว่างการรอติดตามถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ในคืนนี้จะมีการเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ซึ่งจะเปิดเผยการประชุมของวันที่ 27-28 ก.ค.จะมีการส่งสัญญาณการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (19 ส.ค.) นายสุโชติ กล่าวว่า ทิศทางตลาดฯขึ้นอยู่กับถ้อยแถลงของประธานเฟดหากส่งสัญญาณลด QE ตลาดฯก็มีโอกาสพักตัว โดยมีแนวรับ 1,530 จุด ส่วนแนวต้าน 1,560 จุด พร้อมให้ติดตามปัจจัยในประเทศว่าภาครัฐจะผ่อนคลายมาตรการสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโวิดหรือไม่อย่างไร และติดตามยอดผู้ติดเชื้อต่อไป
หุ้นไทยวันนี้ (18 ส.ค.64) ปิดการซื้อขายเช้าระดับ 1,554.24 จุด เพิ่มขึ้น +10.02 จุด (+0.65%) มูลค่าการซื้อขาย 45,064.56 ล้านบาท
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
“ลูกหนี้” เมื่อได้รับ “หมายศาล” อย่าเพิ่งตกใจอาจเป็นหนทางเคลียร์หนี้
"ใกล้ทดสอบในคน" วัคซีนโควิด-19 ไทยแบบพ่นจมูก
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,671.30 ล้านบาท ปิดที่ 36.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
KCE มูลค่าการซื้อขาย 1,402.61 ล้านบาท ปิดที่ 87.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
GULF มูลค่าการซื้อขาย 1,296.89 ล้านบาท ปิดที่ 38.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
BCH มูลค่าการซื้อขาย 1,199.60 ล้านบาท ปิดที่ 23.80 บาท ลดลง 1.00 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,095.43 ล้านบาท ปิดที่ 106.50 บาท ลดลง 1.00 บาท
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวกราว 0.5% มองเป็นเทคนิคเคิลรีบาวด์ เนื่องจากตลาดฯยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามา แต่บ้านเราได้รับแรงเก็งกำไรจากหุ้นเปิดเมือง (Reopening) คาดว่าจะเป็นแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบัน ซึ่งวันนี้หุ้นในกลุ่มค้าปลีกและไฟแนนซ์ปรับขึ้นได้ดีกว่ากลุ่มอื่น แต่ภาพรวมยังเป็นลักษณะของการกระจายการลงทุนหลายกลุ่ม
ทั้งนี้ ตลาดฯยังรอติดตามการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่เมืองแจ็กสัน โฮล วันที่ 26-28 ส.ค.จับจาการส่งสัญญาณการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จะเกิดขึ้นเมื่อใด ส่วนบ้านเรายังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ต่อไป ซึ่งยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังสูงกว่า 2 หมื่นราย/วันก็เชื่อว่าการคลายล็อกดาวน์คงยังไม่เกิดขึ้นเร็ว ทำให้ปัจจัยนี้ยังถ่วงตลาดฯอยู่
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะยังเคลื่อนไหวในแดนบวกได้ต่อไป โดยให้จับตาดัชนีฯจะปิดเหนือระดับ 1,550 จุดได้หรือไม่ พร้อมให้แนวรับ 1,550 จุด ส่วนแนวต้าน 1,570-1,580 จุด
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ยังมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้แต่ไม่ไกล เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวก
ราคาทองวันนี้ – 18 ส.ค. 64 ปรับราคา 3 ครั้ง รูปพรรณบาทละ 28,700
คาดว่าจะเป็นการเก็งผลจากการรายงานของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ซึ่งจะเปิดเผยการประชุมของวันที่ 27-28 ก.ค.โดยจะมีขึ้นในวันนี้ (18 ส.ค.)
ซึ่งหากไม่ส่งสัญญาการปรับลด QE ก็มีโอกาสที่จะทำให้หุ้นปรับตัวขึ้นได้ เนื่องจากขณะนี้ตลาดฯคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลด QE ในปลายเดือนนี้ แต่หากไม่ส่งสัญญาณก็จะเลื่อนไปเป็นปลายปีนี้
นอกจากนี้ ในแต่ละตลาดฯ มีปัจจัยเฉพาะตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะญี่ปุ่นที่มีการขยายล็อกดาวน์หลังจากที่โควิดระบาดหนัก และจีนก็มีการออกมาตรการควบคุมการผูกขาดของธุรกิจ ซึ่งก็ไปคุมที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ส่วนในประเทศจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง และวันนี้จำนวนผู้เสียชีวิตทำนิวไฮ ซึ่งก็ยังเป็นปัจจัยลบต่อตลาดฯ อย่างไรก็ดี เริ่มเห็นแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่เข้ามาบ้างหลังปรับตัวลงไปพอควร และนักลงทุนก็เล่นตามสัญญาณทางเทคนิคกันมากขึ้น ทำให้เป็นแรงหนุนให้กับตลาดฯได้บ้าง ทั้งนี้ควรจะติดตามการ review ผลดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาในช่วงนี้ ซึ่งหากหุ้นตัวไหนออกมาดีก็จะปรับขึ้นได้จากแรงเก็งกำไร
พร้อมให้แนวรับ 1,530 จุด ส่วนแนวต้าน 1,550-1,560 จุด
ด้าน บล.ไทยพาณิชย์ กลับมาอ่อนตัว โดยดอลลาร์ที่แข็งค่ากระตุ้น flow ไหลออก
กลยุทธ์การลงทุน:
ดัชนียังมีความผันผวน โดยคาดวันนี้กลับมาอ่อนตัว หลังดอลลาร์สหรัฐที่กลับมาแข็งค่า ทำให้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่า เป็นปัจจัยลบต่อทิศทาง fund flow ไหลออกของนักลงทุนต่างชาติ ด้านกรอบบนถูกจำกัดที่แนวต้าน 1550-1555 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1525-1533 จุด ซึ่งหากไม่ต่ำกว่า คาดดัชนียังกลับมาฟื้นตัวได้ต่อในภาพรวม กลยุทธ์ ใช้บริเวณ 1500 จุด เป็นจุดเริ่มซื้อสะสมสัดส่วน 25% เพื่อการลงทุน ด้านการ Selective Buy หรือเก็งกำไร ทำอย่างระมัดระวัง
ล็อคเป้าลงทุน:
Selective buy หุ้นเชิงรับ/หุ้นกำไรแนวโน้มเติบโตดี 1) Defensive Plays BDMS RJH SCGP GPSC SFT 2) Global Plays หุ้นส่งออกได้ประโยชน์บาทอ่อน/หุ้นได้ประโยชน์ supply chain shortage KCE HANA III WICE PSL RCL เก็งกำไรระยะสั้น กำหนดจุด stop loss ทุกครั้ง
หุ้นพื้นฐานดีรอซื้อกลับแถว SET 1500 จุด ไม่เกิน 25% ของพอร์ต OSP BEM AOT CPALL BGRIM
แนะนำ GPSC คาดกำไรครึ่งปีหลังแกร่ง โรงไฟฟ้า IPP-SPP-โรงไฟฟ้าพลังน้ำหนุน และแนะนำ SFT คาดกำไร 3Q-4Q64 โตทั้ง QoQ และ YoY จากอุปสงค์เติบโต และกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น
สถานการณ์ทั่วไป
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,343.28 จุด ลดลง 282.12 จุด หรือ -0.79% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,448.08 จุด ลดลง 31.63 จุด หรือ -0.71% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,656.18 จุด ลดลง 137.58 จุด หรือ -0.93%
ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,442.35 จุด ลดลง 4.63 จุด หรือ -0.13%, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 27,418.08 จุด ลดลง 6.39 จุด หรือ -0.02% และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 25,800.03 จุด เพิ่มขึ้น 54.16 จุด หรือ +0.21%
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เมื่อคืนนี้ (17 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 70 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 66.59 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. 2564
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 48 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 69.03 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2564
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB